ข่าวทั่วไปพาดหัวข่าว

ไปสืบ ไปปราบ อย่าให้อยู่ในประเทศเรา บิ๊กนพ สั่ง ตม.สงขลา ลุย !!! รวบอดีตแอร์สาว ผันตัวมาเป็นนายหน้าลักลอบขนต่างด้าว พร้อมขยายผลสุดซอยทั้งขาขึ้นขาล่อง

ไปสืบ ไปปราบ อย่าให้อยู่ในประเทศเรา บิ๊กนพ สั่ง ตม.สงขลา ลุย !!! รวบอดีตแอร์สาว ผันตัวมาเป็นนายหน้าลักลอบขนต่างด้าว พร้อมขยายผลสุดซอยทั้งขาขึ้นขาล่อง
ตามนโยบายของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. สั่งการผ่าน พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. , พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรมาศ รอง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ รอง ผบช.สตม. ให้ตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศสกัดกั้นขบวนการนำพาคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองรวมไปถึงขยายผลการจับกุมผู้ให้การช่วยเหลือคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองดังกล่าว โดย เจ้าหน้าที่ ตม.จว.สงขลา บูรณาการกำลังกับตำรวจท่องเที่ยว บก.ทท.3 ตำรวจสันติบาล กก.5 บก.สส.1 และ ตชด.43 จับกุมนางสาวแพน ยู่ต๋ง(นามสมมติ) อายุ 34 ปี นายหน้าสัญชาติจีนตัวสำคัญในการนำพาคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองลักลอบเข้า-ออกประเทศมาเลเซีย


พ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล โฆษก บก.ตม.6 เปิดเผยว่าภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม. 6, พ.ต.อ.ศุภโชค หยงสตาร์ รอง ผบก.ตม.6 ,พ.ต.อ.ณัฐวุฒิ แสงเดือน รอง ผบก.ตม.6 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.สรธรรศจ์ เอี่ยมละออ ผกก.ตม.จว.สงขลา นำชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข่าว หลังสืบทราบว่ามีคนต่างด้าวสัญชาติจีนลักลอบมาจากประเทศมาเลเซีย มาพัก ณ โรงแรมแห่งหนึ่งใจกลางเมืองหาดใหญ่ เตรียมตัวเข้าพื้นที่ชั้นใน โดยมีนายหน้าจากกรุงเทพฯเดินทางมารับด้วยตนเอง

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสังเกตเห็น นายหวง กวงกาง (นามสมมติ) และ นายฮวาง ฟู่ เอี๊ย (นามสมมติ) เดินลงมาจากห้องพักหยุดรอที่ลานจอดรถของโรงแรม ไม่นานนักก็มีนางสาวแพน ยู่ต๋ง(นามสมมติ) อายุ 34 ปี สัญชาติจีน เดินทางมากับรถรับจ้างถึงโรงแรมข้างต้นเพื่อรับทั้งสองคนขึ้นรถ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจหนังสือเดินทาง ผลการตรวจสอบชายสัญชาติจีนทั้งสองคนรับสารภาพว่าลักลอบเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติชายแดนไทย-มาเลเซีย ด้านจังหวัดนราธิวาส ส่วนนางสาวแพน ยู่ต๋ง ได้รับคำสั่งให้ลงมารับทั้งสองคนพร้อมหาหนังสือเดินทางให้ถือเตรียมพาเดินทางขึ้นไปกรุงเทพฯ

หลังจากนั้นชุดจับกุมได้ขยายผลพบว่าก่อนหน้านี้นางสาวแพนได้นำพานางสาวมิลา(นามสมมติ) อายุ 25 ปี คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองสัญชาติวานูอาตู มาที่สนามบินหาดใหญ่เพื่อส่งให้นายหน้าในพื้นที่เตรียมลักลอบไปประเทศมาเลเซียเช่นกันจึงติดตามรถที่มารับอย่างใกล้ชิด จนพบว่ารถคันดังกล่าวมาถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองปาดังเบซาร์จึงแจ้งเจ้าหน้าที่สกัดจับได้ในคราวเดียวกัน จากการตรวจสอบพบว่ามีนายอิสราฯ(นามสมมติ) อายุ 39 ปี สัญชาติไทย(นามสมมติ) เป็นผู้ขับขี่รถคันดังกล่าว โดยซุกซ่อนนางสาวมิลา(นามสมมติ)ไว้เบาะหลัง เอาเสื้อผ้าปิดบังไว้อย่างมิดชิด แม้ว่าครั้งแรกนางสาวมิลา(นามสมมติ) จะพยายามปฏิเสธเสียงแข็งโดยนำภาพเอกสารของเพื่อนที่หน้าตาคล้ายกันมาแสดงว่าเข้าเมืองถูกต้อง แต่ไม่สามารถหลอกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองได้ ต้องยอมจำนนด้วยหลักฐานและยอมให้ถูกจับกุม

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาแก่นางสาวแพน ยู่ต๋ง (นามสมมติ)และนายอิสราฯ(นามสมมติ) ว่ากระทำความผิดข้อหา ให้การช่วยเหลือ ให้ที่พักพิงคนต่างด้าวที่เดินทางเข้ามาผิดกฎหมายเพื่อให้พ้นจากการจับกุมของพนักงานเจ้าหน้าที่ ส่วนคนต่างด้าวทั้ง 3 คน แจ้งข้อกล่าวหา เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตหลังจากนั้นควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

โฆษก บก.ตม.6 ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า สรุปผลการปฏิบัติจับกุมในครั้งนี้ สามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งสิ้น 5 คน ภายในวันเดียว ประกอบด้วย ผู้ต้องหาสัญชาติจีน จำนวน 3 คน ผู้ต้องหาสัญชาติไทย จำนวน 1 คน และสัญชาติวานูอาตู จำนวน 1 คน โดยจากการสัมภาษณ์พบว่า นางสาวแพน ยู่ต๋ง (นามสมมติ) เคยทำงานเป็นพนักงานต้อนรับของสายการบินแห่งหนึ่งในประเทศจีน แต่ลาออกเพื่อมาศึกษาต่อที่ประเทศไทยและในขณะเดียวกันทำหน้าที่ประสานงานให้กลุ่มคนจีนที่ต้องการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทยทั้งแบบถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าขบวนการนี้อาจมีความเกี่ยวข้องกับขบวนการซื้อขายสัญชาติอีกด้วย เนื่องจากนายฮวาง ฟู่ เอี๊ย (นามสมมติ) เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่าหนังสือเดินทางเม๊กซิโกอีกเล่มหนึ่ง และนางสาวมิลา(นามสมมติ) ผู้ต้องหาสัญชาติวานูอาตู ก็พบว่าแท้จริงเป็นคนสัญชาติจีน ประกอบกับในโทรศัพท์ของนางสาวแพน ยู่ต๋ง (นามสมมติ) ก็พบภาพหนังสือเดินทางวานูอาตูที่ถือโดยคนจีนอีกหลายเล่ม ซึ่ง พล.ต.ต.ชูธเรศฯ ผบก.ตม.6 ได้สั่งการให้ขยายผลการจับกุมผู้กระทำความผิดเพิ่มเติมแล้ว ทั้งนี้หากประชาชนพบเบาะแสหรือต้องการแจ้งเรื่องร้องเรียนคนต่างด้าวกระทำผิดกฎหมาย สามารถแจ้งสายด่วน สตม. 1178