ปทุมธานี – นายกยุทธศักดิ์ เร่งช่วยปลาแก้น้ำเน่าที่ใช้จุลินทรีย์ฟื้นฟูน้ำเสียคลอง 2 เร่งเพิ่มออกซิเจน ปลาเริ่มเล่นน้ำ
ปทุมธานี นายกยุทธศักดิ์ เร่งช่วยปลาแก้น้ำเน่าที่ใช้จุลินทรีย์ฟื้นฟูน้ำเสียคลอง 2 เร่งเพิ่มออกซิเจน ปลาเริ่มเล่นน้ำ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 ตุลาคม 2569 ที่บริเวณริมคลองส่งน้ำคลองสอง หน้าวัดกล้าชอุ่ม ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง พร้อมคณะผู้บริหาร รองนายกเทศมนตรี สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี (สจ.) และตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ติดตามและเข้าทดสอบการใช้สารจุลินทรีย์สังเคราะห์เพื่อยับยั้งน้ำเสีย ปรับสภาพน้ำ และเพิ่มออกซิเจนในคลองส่งน้ำคลองสองอย่างเร่งด่วน โดยการทดสอบปากน้ำจากในของขึ้นมาและเจอผงจุลินทรีย์โรลงไปเพียงชั่วครู่สภาพน้ำก็ดีขึ้นใสขึ้นกลิ่นเหม็นน้อยลง จุลินทรีย์สังเคราะห์ เป็นตัวเดี่ยวกับที่มรอยู่ในรถดับเพลิงของ อบจ.ปทุมธานี และทำการพ่นน้ำผสมจุลินทรีย์สังเคราะห์ 20,000 ลิตรลงสู่คลองสอง ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากประสบปัญหาน้ำเสียมีปลาตายเป็นจำนวนมากและส่งกลิ่นเหม็นจนส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน โดยมี นายทองสุก แสนจักร สมาชิกสภา อบจ.เขตเลือกตั้งที่ 3 อ.คลองหลวง นางสาวพรปริญญา ศรีจันทร์สมาชิกสภา อบจ.เขตเลือกตั้งที่ 5 อ.คลองหลวง ผู้บริหาร ทม.คลองหลวง จิตอาสา และ นายธนพัฒน์ พาธุระ ประธานบริษัท สามโลกกรุ๊ป เข้าร่วมนำนวัตกรรมสารจุลินทรีย์มาทดสอบและสาธิตการฉัดบำบัดน้ำเสียในจุดเกิดเหตุ ซึ่งเมื่อฉีดสารจุลินทรีย์ลงไปแล้วเพียงสักพักพบว่าปลามีการเล่นน้ำและขึ้นมาหายใจมากขึ้น และน้ำก็ใสขึ้นกลิ่นน้องน้อยลง

นายธนพัฒน์ พาธุระ ประธานบริษัท สามโลกกรุ๊ป ได้เปิดเผยถึงผลการทดสอบตัวอย่างน้ำในคลองส่งน้ำคลองสองว่า ปัญหาหลักในขณะนี้ น่าจะเกิดจากสารเคมีที่มีความเข้มข้นสูง เพราะจากการทดสอบการตกตะกอนในแก้วทดลอง หากเป็นน้ำเสียจากอินทรียวัตถุหรือแบคทีเรียทั่วไปจะใช้เวลาตกตะกอนไม่เกิน 2 นาที แต่นี่ใช้เวลาเกือบ 5 นาที แสดงว่ามีสารเคมีเจือปนอยู่อย่างเข้มข้น โดยแผนการดำเนินงานในวันนี้ เราจึงแบ่งเป็นสองช่วง โดยช่วงแรกต้องเน้น จุลินทรีย์ที่ช่วยชีวิตและฟื้นฟูสัตว์น้ำก่อน เนื่องจากก๊าซในน้ำเสียได้ขับออกซิเจนออกจากน้ำจนหมด ทำให้ปลาไม่มีออกซิเจนหายใจและลอยขึ้นมาเหนือน้ำ ดังนั้นเราต้องเร่งเติมจุลินทรีย์เพื่อช่วยสร้างออกซิเจนในน้ำให้ได้ก่อน ซึ่งไม่มีอันตรายต่อสัตว์น้ำแม้กระทั่งลูกยุงลายก็ไม่มีผลกระทบ แล้วจึงเข้าสู่ขั้นตอนการฟื้นฟูความใสและความสะอาดของน้ำในลำดับถัดไป

ด้าน นายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง กล่าวถึงมาตรการการแก้ไขปัญหาและกรอบการทำงานของเทศบาลว่า ตอนนี้ทางเทศบาลเมืองคลองหลวงได้นำเครื่องสูบน้ำขนาด 4 นิ้ว จำนวนสิบกว่าตัว มาเร่งพ่นน้ำในคลองสอง เพื่อเติมออกซิเจน ทำให้น้ำใสขึ้น ป้องกันไม่ให้ปลาตาย ซึ่งวันนี้สถานการณ์ปลาเริ่มดีขึ้นแล้ว แต่เรายังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเตรียมนำเครื่องเติมอากาศมาติดตั้งเพิ่มอีก 5–6 ตัว ต้องขอขอบคุณ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง (บิ๊กแจ๊ส) ที่นำนวัตกรรมมาช่วยปรับสภาพน้ำให้ใสและลดกลิ่นเหม็น โดยได้รับการยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญแล้วว่าสารบำบัดนี้ไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ในวันนี้ผมยังได้ทำหนังสือถึง นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อขอรับการสนับสนุนเครื่องกังหันตีน้ำบำบัดน้ำเสีย และประสานงานไปยัง ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี รวมถึงกรมชลประทานและกรมทรัพยากรน้ำ เพื่อหาอุปกรณ์และเครื่องมือเข้ามาช่วยเหลือประชาชน
ด้าน นายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง กล่าวต่อ เราจะปล่อยให้ปลาตายทุกวันหรือให้พี่น้องประชาชนต้องทนสูดกลิ่นเหม็นไม่ได้ การบำบัดในวันนี้เป็นการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น ส่วนในระยะยาว เทศบาลจะวางแนวทางป้องกันน้ำท่วมและน้ำเสียทุกฤดูกาล ทั้งการติดตั้งกังหันถาวรและการปรับปรุงคุณภาพน้ำร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอขอบคุณทหารกองทัพบก โดย ท่าน ผบ.ทบ. ที่ส่งกำลังพลจิตอาสามาช่วยเทศบาลเมืองคลองหลวงทำงานต่อเนื่องเป็นเดือน ทั้งงานกรอกกระสอบทราย ตักปลาเน่า ขนย้ายสิ่งของ และขอบคุณจิตอาสาทุกคนที่ร่วมมือร่วมใจกันทำด้วยใจ เพื่อให้พี่น้องชาวคลองหลวงได้กลับมามีความสุข ปราศจากกลิ่นเหม็น และกำจัดสิ่งปฏิกูลในน้ำให้หมดสิ้นไป

ขณะเดียวกัน นายอนุชิต ปริยทิฆัมพร ผอ.กองสาธารณสุข อบจ.ปทุมธานี ระบุว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานความร่วมมือกับมูลนิธิ ตามรอยบาทพระศาสดา โดย คุณกิ่งกาญจน์ ประธานมูลนิธิฯ และบริษัท สามโลกกรุ๊ป ในการนำผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์เข้ามาฉีดบำบัดเบื้องต้น พร้อมทั้งประสานงานเร่งด่วนไปยังมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อขอสนับสนุนกังหันน้ำชัยพัฒนาเข้ามาช่วยเติมอากาศในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี เพื่อช่วยเหลือและดูแลพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึงต่อไป
ทางด้าน นางจงกล อยู่ขวัญ อสม.อำเภอคลองหลวง ได้เขาชมการสาธิตและเปรียบเทียบสภาพน้ำให้เห็นความแตกต่างโดยระบุว่า นำ้ก่อนการบำบัด น้ำจะมีลักษณะขุ่นข้น และมีกลิ่นเหม็นเน่าแรง ทั้งกลิ่นน้ำเน่าและกลิ่นปลาเน่าอย่างเห็นได้ชัด แต่หลังจากใส่จุลินทรีย์ลงไปบำบัดเพียงไม่ถึง 20 นาที สารแขวนลอยในน้ำจะเริ่มตกตะกอนลงไปกองอยู่ที่ก้นแก้ว ทำให้น้ำส่วนบนค่อย ๆ ใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และกลิ่นเหม็นเน่าก็ลดลงจนไม่มีกลิ่น ที่สำคัญจุลินทรีย์ดังกล่าวยังมีความปลอดภัยสูง ไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำ สัตว์เล็ก สัตว์น้อย หรือแม้กระทั่งลูกอ๊อดและลูกน้ำอีกด้วย


