เปิดใจแม่เกดสู้ประมูลแผงร้านค้างานรับบัวรวมกว่าหกแสนบาท ขณะที่เจ้ฟ้าสี่แสนห้าเปิดใจเป็นที่ทำเลทองในฝันยอมทุ่มประมูลเพื่อให้ได้ขาย
เปิดใจแม่เกดสู้ประมูลแผงร้านค้างานรับบัวรวมกว่าหกแสนบาท ขณะที่เจ้ฟ้าสี่แสนห้าเปิดใจเป็นที่ทำเลทองในฝันยอมทุ่มประมูลเพื่อให้ได้ขาย
ประมูลแผงงานรับบัว 4.5 แสน เจ๊ฟ้าเผยทำตามฝัน แม่เกดเปิดใจทั้งน้ำตา ย้ายแผงสู้ต่อ แบกค่าแรงลูกน้องวันละ 14,000 บาท กลายเป็นกระแสในสังคมออนไลน์ หลังการประมูลแผงค้าภายในงานประเพณีรับบัว ประจำปี 2569 วัดบางพลีใหญ่ใน หรือวัดหลวงพ่อโต อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ มีผู้ชนะประมูลแผงค้าทำเลทองในราคา 450,000 บาท แทนผู้ค้ารายเดิมคือร้านกาละแมร์แม่เกด ซึ่งขายอยู่บริเวณดังกล่าวมาหลายปี ทำให้หลายคนจับตาว่าผู้ค้ารายใหม่จะนำสินค้าชนิดใดมาจำหน่าย
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณล็อก A70 ตั้งอยู่ตรงสามแยกใกล้พระอุโบสถ พบกับเจ๊ฟ้า อายุ 42 ปี ผู้ชนะการประมูล เปิดเผยว่า ชื่นชอบและหมายตาพื้นที่แห่งนี้มาประมาณ 3 ปี เพราะเป็นจุดกึ่งกลางที่มีประชาชนเดินผ่าน แต่ก่อนหน้านี้ยังไม่พร้อมด้านเงินทุน จึงเข้าประมูลตามกำลัง กระทั่งปีนี้มีความพร้อมจึงตัดสินใจสู้อีกครั้ง

เจ๊ฟ้าเล่าว่า เดิมตั้งงบไว้ประมาณ 200,000 บาท แต่ด้วยความอยากได้ทำเลที่เฝ้ามองมานาน จึงเพิ่มวงเงินที่พร้อมสู้เป็น 500,000 บาท ก่อนชนะประมูลที่ 450,000 บาท โดยจะนำผลไม้มาจำหน่าย เนื่องจากมีสวนอยู่ที่จังหวัดนครนายก ซึ่งซื้อไว้เมื่อประมาณ 4 ปีก่อน นอกจากนี้ยังประกอบอาชีพเกี่ยวกับบ้านมือสองและบ้านเช่า ส่วนพื้นเพเป็นชาวจังหวัดนครราชสีมา แต่ย้ายมาอาศัยในพื้นที่บางพลีหลายปีแล้ว
เมื่อถามว่าจะขายได้คุ้มค่าแผงหรือไม่ เจ๊ฟ้าระบุว่า ยังไม่กล้าคาดการณ์ ขายได้เท่าไรก็เท่านั้น เชื่อว่าหากสินค้าดี ลูกค้าจะกลับมาอุดหนุนซ้ำ สิ่งที่พอใจในวันนี้คือการได้ทำตามความฝัน ได้ขายของบนพื้นที่ที่อยากได้มานาน ส่วนเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์ ตนเลือกใช้เวลาไปกับการทำมาหากิน และสู้ตามกำลังที่มี “เราสู้เท่าที่เราไหว ถ้าเราไม่ไหวเราก็ไม่สู้ แต่ทุกคนเกิดมาต้องสู้” เจ๊ฟ้ากล่าว
ขณะที่แม่เกด อายุ 30 ปี เจ้าของร้านกาละแมร์แม่เกด ผู้ค้ารายเดิม เปิดใจทั้งน้ำตาว่า ครอบครัวขายของบริเวณนี้มาตั้งแต่ตนยังเล็ก โดยมากับพ่อตั้งแต่กว่า 20 ปีก่อน ช่วงแรกค่าแผงอยู่ที่หลักหมื่นบาท ก่อนเพิ่มขึ้นตามการประมูล จนปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 100,000 บาท ซึ่งยังพอรับภาระได้ แต่ปีนี้ราคาสูงเกินกำลัง

แม่เกดเล่าว่า เดิมตั้งใจจะหยุดสู้ราคาที่ 300,000 บาท แต่เมื่อหันไปมองพ่อ เห็นพ่อมีน้ำตาคลอและขอให้ลองสู้อีกนิด จึงตัดสินใจประมูลต่อ กระทั่งราคาถึง 430,000 บาท รู้สึกว่าไม่สามารถไปต่อได้แล้ว จึงจำใจถอย ก่อนแผงเดิมจะจบการประมูลที่ 450,000 บาท ทั้งนี้ แม่เกดย้ำว่า ทางวัดตั้งราคาเริ่มต้นไว้เพียงหลักหมื่นบาท ส่วนราคาที่สูงขึ้นเกิดจากการแข่งขันของผู้เข้าประมูลเอง เมื่อสู้ไม่ไหวก็ต้องยอมรับผลและทำตามกติกา หลังโพสต์เรื่องราวลงเพจ แม่เกดได้รับกำลังใจจากลูกค้าและพ่อค้าแม่ค้ารอบข้าง หลายคนเดินเข้ามาจับมือ บอกให้สู้ต่อ แม้ต้องขยับพื้นที่ขายไปเล็กน้อย ทำให้ตัดสินใจเข้าประมูลอีกครั้ง ก่อนจะได้พื้นที่ใกล้เคียงรวม 3 ล็อก ความยาว 9 เมตร ในราคา 635,000 บาท สำหรับข้อสงสัยว่าเหตุใดไม่สู้แผงเดิมราคา 450,000 บาท แต่กลับประมูลพื้นที่ใหม่กว่า 600,000 บาท แม่เกดอธิบายว่า แผงเดิมกว้างประมาณ 3 เมตร ขายได้เฉพาะกาละแมร์ ขณะที่พื้นที่ใหม่กว้างรวม 9 เมตร สามารถแบ่งจำหน่ายสินค้าได้ 3 อย่าง จึงหวังเฉลี่ยรายได้มาช่วยรับภาระต้นทุน และเพิ่มโอกาสให้ร้านเดินหน้าต่อได้
แม่เกดยอมรับว่า นอกจากค่าแผง 635,000 บาทแล้ว ยังต้องดูแลลูกน้อง 20 คน จ่ายค่าแรงคนละ 700 บาทต่อวัน รวมเป็นค่าแรงวันละ 14,000 บาท ยังไม่รวมต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ แต่เมื่อเตรียมสินค้าและพาลูกน้องมาแล้ว จึงไม่สามารถถอยได้ง่าย ๆ ต้องตัดสินใจเดินหน้าสู้ต่อ แม้ยังไม่รู้ว่ารายได้จะเพียงพอกับต้นทุนหรือไม่ อย่างไรก็ตาม แม่เกดยืนยันว่า แม้ค่าแผงจะสูงขึ้น แต่สินค้าทุกอย่างยังขายราคาเดิม พร้อมขอบคุณลูกค้าที่เริ่มแวะมาอุดหนุนและทุกกำลังใจที่ส่งมา ทำให้รู้สึกอบอุ่นและมีแรงสู้ต่อ พร้อมฝากประชาชนชาวสมุทรปราการและพื้นที่ใกล้เคียงช่วยสนับสนุนร้าน สำหรับร้านกาละแมร์แม่เกด เปิดจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 19–27 ตุลาคม 2569 อยู่บริเวณใกล้สามแยกภายในวัดบางพลีใหญ่ใน ถัดจากล็อกเดิมเพียงหนึ่งล็อก ประชาชนที่เดินทางมาเที่ยวงานสามารถแวะอุดหนุนได้

***************
เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

