ข่าวทั่วไปพาดหัวข่าว

ปทุมธานี – ลูกสาวอดีตดาราลุงโยธินโต้กลับงัดหลักฐานแฉพ่อไม่เคยเลี้ยงดู

ปทุมธานีลูกสาวอดีตดาราลุงโยธินโต้กลับงัดหลักฐานแฉพ่อไม่เคยเลี้ยงดู

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 ตุลาคม 2569 น.ส.จารุทรรศน์ มาพบพันธุ์ อายุ 50 ปี พนักงานธุรการและเลขานุการองค์กรภาคเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นบุตรสาวคนโตของ นายโยธิน มาพบพันธ์ หรือ “ลุงโยธิน” อายุ 73 ปี อดีตนักแสดงชื่อดัง ได้ส่งคลิปวิดีโอเปิดใจต่อสื่อมวลชน เพื่อขอให้สังคมรับฟังเรื่องราวจากมุมของคนเป็นลูก หลังจากที่บิดาไปให้สัมภาษณ์ในรายการโทรทัศน์ว่าไม่มีญาติพี่น้องคอยดูแล ไม่มีที่อยู่อาศัย และขาดแคลนอาหาร จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและหน้าที่การงานของตนเป็นอย่างมาก
น.ส.จารุทรรศน์ เปิดเผยว่า นางเบ็ญจา มารดาของตน ได้จดทะเบียนหย่ากับบิดาตั้งแต่ปี 2523 ซึ่งในขณะนั้นบิดาใช้ชื่อว่า นายฉัตรชัย มาพบพันธ์ ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น นายโยธิน ในภายหลัง โดยสาเหตุของการหย่าร้างมาจากบิดามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับหญิงชาวเหนือ ในวันหย่าร้าง บิดาได้ตกลงว่าจะจ่ายค่าเลี้ยงดูบุตรทั้งสองคน เดือนละ 700 บาท จนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ แต่กลับไม่เคยส่งเสียตามข้อตกลง ทำให้มารดาต้องรับภาระเลี้ยงดูบุตรเพียงลำพังนานถึง 7 ปี กระทั่งมารดาได้จดทะเบียนสมรสใหม่ในปี 2530 และร่วมกับพ่อเลี้ยงส่งเสียดูแลตนและน้องสาวมาโดยตลอด จนมารดาเสียชีวิตลงในปี 2562


น.ส.จารุทรรศน์ กล่าวต่อไปว่า ตนไม่ได้พบหน้าบิดาอีกเลยนับตั้งแต่วัยเด็ก กระทั่งกลับมาพบกันอีกครั้งในปี 2557 ซึ่งตอนนั้นตนอายุ 38 ปีแล้ว ในช่วงแรกตนและน้องสาวต่างรู้สึกดีใจที่ได้พบพ่อ มักจะพาไปรับประทานอาหารและโทรศัพท์ติดต่อกันอยู่เสมอ แต่ความสัมพันธ์กลับแย่ลง เนื่องจากบิดามักใช้ถ้อยคำหยาบคายด่าทอและดูถูกตน น้องสาว รวมถึงลุกลามไปถึงคนในครอบครัว จนทำให้ไม่มีใครอยากเข้าไปข้องเกี่ยว ซึ่งตนเคยปรึกษากับน้องสาวว่า “เหมือนพ่อไม่ได้มองว่าเราทั้งสองคนเป็นลูกเลย”
นอกจากนี้ น.ส.จารุทรรศน์ ยังระบุว่า การที่บิดาไปให้สัมภาษณ์ในรายการ “เปิดปาก” ทางสถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี ทำให้ตน น้องสาว รวมถึง “อาอ๋อย” ซึ่งเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของบิดาที่อาศัยอยู่ย่านร่มเกล้าและเป็นผู้ดูแลบิดามาตลอด ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์และได้รับความเสียหายอย่างหนัก ตนจึงต้องการออกมาชี้แจงเพื่อให้สังคมได้รับรู้ว่า คนในครอบครัวก็มีเหตุผลที่อยากให้ทุกคนรับฟังเช่นกัน โดยขณะนี้ตนกำลังติดต่อไปยังอดีตภรรยาคนที่ 2 ของบิดา ซึ่งปัจจุบันอาศัยอยู่ในประเทศนิวซีแลนด์ เพื่อขอให้บันทึกคลิปวิดีโอเล่าประสบการณ์พฤติกรรมการใช้ความรุนแรงและทำร้ายร่างกายขณะตั้งครรภ์ จนเป็นเหตุผลให้ต้องตัดสินใจพาลูกหนีไปอยู่ต่างประเทศ
ในการออกมาชี้แจงครั้งนี้ น.ส.จารุทรรศน์ ได้นำเอกสารบันทึกข้อตกลงการหย่าร้างของบิดาและมารดามาเป็นหลักฐาน ซึ่งระบุใจความสำคัญในข้อ 5 ไว้ว่า “เรื่องอื่น ๆ ฝ่ายชายขอรับรองว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับบุตรทั้ง 2 และไม่อ้างสิทธิ์ใด ๆ ทั้งสิ้นในการเป็นบิดา เพื่ออนาคตของลูกทั้ง 2 คน” พร้อมกันนี้ ยังได้ส่งหลักฐานภาพถ่ายหน้าจอข้อความสนทนาที่บิดาส่งมาด่าทอน้องสาว ให้สื่อมวลชนประกอบการนำเสนอข่าว เพื่อวอนขอความเห็นใจให้แก่มารดาที่ต้องรับภาระเลี้ยงดูบุตรเพียงลำพัง และขอให้สังคมเปิดใจรับฟังข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านก่อนที่จะตัดสินหรือกล่าวโทษใคร เพื่อไม่ให้ครอบครัวต้องได้รับผลกระทบจากกระแสสังคมไปมากกว่านี้