ข่าวทั่วไปพาดหัวข่าว

สาวร้องถูกชักปืนขู่กลางถนน ตำรวจคอหงส์แกะรอยกระบะไทรทันขาวจนรู้ตัว ผู้เสียหายชี้ยืนยันคนก่อเหตุชัดเจน

สาวร้องถูกชักปืนขู่กลางถนน ตำรวจคอหงส์แกะรอยกระบะไทรทันขาวจนรู้ตัว ผู้เสียหายชี้ยืนยันคนก่อเหตุชัดเจน

วันที่ 20 ตุลาคม 2569 จากกรณีผู้สื่อข่าวได้รับการร้องทุกข์จากเฟซบุ๊คชื่อ Porntip Nongnuch ซึ่งได้โพสต์ภาพรถกระบะไทรทัน สีขาวไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหลัง บรรทุกตู้เย็น 1 เครื่อง พร้อมระบุข้อความว่า
‘ขออนุญาตแอดมินค่ะ เมื่อช่วงเช้าวันนี้ มีคนชับรถ มิตชูบิชนิธไทตันสี ขาว แบบตอนเดียว คันในภาพ ขับ รถเกือบชนแฟนของเรา บริเวณหน้าโรงงานขายเครื่องปั่นไฟท่านางหอม ได้มีการจอดคุยทางฝ้ายคู่กรณีได้ใช้ปืนไม่ทราบขนาดชี้หน้าแฟนเราและได้ชับรถหนีมุ่งหน้าไปทางสงขลา อยากให้บุคคลที่ขับรถคันนี้ออกมาแสดงความรับผิดชอบ ติดต่อมาทาง Facebook นี้ได้เลยค่ะ’
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้มีการติดต่อไปยังเจ้าของเฟซบุ๊คและทราบว่าจะเดินทางเข้าแจ้งเพื่อเอาผิดคนขับรถกระบะ ไทรทัน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569


ล่าสุดหลัง พ.ต.อ.อภิชาติ วรรณโก ผกก.สภ.คอหงส์ รับทราบ ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.พัทธนันธ์ ภักดีดำรงทรัพย์ รอง ผกก.สส.สภ.คอหงส์ พร้อมชุดสืบสวน สภ.คอหงส์ ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเส้นทางที่รถกระบะไทรทันใข้หลบหนีและตรวจสอบหาเลขป้ายทะเบียน เนื่องจากผู้เสียหายอ้างว่ารถคันกล่าวได้มีการเอาป้ายทะเบียนที่ท้ายรถออก จึงไม่ทราบว่าเป็นเลขและหมวดอักษรป้ายทะเบียนคือเลขและหมวดอักษรอะไร
หลังชุดสืบสวน สภ.คอหงส์ ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าเป็นรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ ไทรทันตอนเดียว สีขาว ลักษณะยกสูง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหลัง ติดแผ่นป้ายทะเบียนเฉพาะด้านหน้า เบื้องต้นทราบหมายเลขและหมวดอักษรป้ายทะเบียน ผฉ-6232 สงขลา ทราบชื่อเจ้าของรถกระบะ ชื่อ นายสกุลไทย สุวรรณแท้ อาชีพ ทนายความ ซึ่งได้พักอาศัยอยู่ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
ต่อมาชุดสืบสวนได้เดินทางไปที่บ้านพักของนายสกุลไทย พบว่าบ้านพักหลังดังกล่าวได้เปิดเป็นสำนักงานทนายความ จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้พบกับนายสกุลไทยและแจ้งให้นายสกุลไทยรับทราบว่า ‘มีคนขับรถกระบะคันนี้ ได้ไปก่อเหตุใช้อาวุธปืนข่มขู่คนขี่รถจยย. เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 จึงขอเชิญตัวเจ้าของรถกระบะไปที่สถานีตำรวจภูธรคอหงส์ซักครู่’ หลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนแจ้งให้นายสกุลไทยรับทราบ แต่นายสกุลไทยปฎิเสธที่จะไปสถานีตำรวจภูธรคอหงส์และอ้างว่า ‘หลานชายเป็นคนแอบเอารถกระบะไปขับเอง‘
จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้แจ้งอีกว่า ’จากการตรวจสอบประวัติเจ้าของรถกระบะ พบว่ามีการครอบครองอาวุธปืนทั้งหมด 7 กระบอก ไม่ทราบว่าใครเป็นเอาออกมาใช้ในวันเกิดเหตุและได้อาวุธปืนมาอย่างไร‘ นายสกุลไทยตอบกลับมาว่า ’อาวุธปืนทั้งหมดพบเมื่อตอนน้ำท่วมลอยมากับน้ำและหลานชายแอบเอาปืนไป‘ และ ชุดสืบสวนก็ได้ถามอีกว่า ’หลานชายไปไหน แล้วอยู่ที่ไหน‘ นายสกุลไทยตอบกลับมาว่า ‘ ไม่ได้เจอหลานชายมานานมากแล้วและไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน’ หลังชุดสืบสวนแจ้งข้อมูลรายละเอียดให้นายสกุลไทยรับทราบพร้อมมีการปฎิเสธไม่ไปสถานีตำรวจภูธรคอหงส์ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้เดินทางกลับและรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ


ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เชิญ นายชัญญา สุวรรณพุ่ม อายุ 30 ปี ผู้เสียหายที่ถูกคนขับรถกระบะไททันใช้อาวุธปืนข่มขู่ มาที่สถานีตำรวจภูธรคอหงส์ เพื่อชี้ยืนยันรูปภาพตัวบุคคลว่าคนในภาพเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนข่มขู่ ซึ่งหลังจากนายชัญญาเห็นชายในภาพก็ยืนยันทันทีว่า ‘นายสกุลไทย สุวรรณแท้ เป็นชายคนเดียวกันในวันเกิดเหตุที่ใช้อาวุธปืนข่มขู่ตนเอง’
ทางด้าน ร.ต.อ.สุดชาย หนูแป้น พนักงานสอบสวน สภ.คอหงส์ เปิดเผยว่า หลังชุดสืบสวนได้มีการเดินทางไปที่บ้านพักของเจ้าของรถกระบะไทรทันและได้มีการแจ้งข้อมูลเบื้องต้นให้ทราบแล้ว พร้อมมีการเชิญตัวมาที่สถานีตำรวจเพื่อดำเนินการสอบปากคำหาข้อมูลที่แท้จริงเพื่อที่จะให้มาเจรจาไกล่เกลี่ยกับทางผู้เสียหายเพื่อความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย แต่ปรากฎว่ากลับถูกปฏิเสธให้ความร่วมมือ หลังจากนี้จะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อดำเนินการออกหมายเรียก หากยังไม่มาตามหมายเรียกอีกก็จะดำเนินการออกหมายจับทันที
ส่วน นายชัญญา สุวรรณพุ่ม อายุ 30 ปี ผู้เสียหาย หลังทราบว่าคนก่อเหตุที่ขับรถกระบะไทรทันมีอาชีพเป็ทนายความและยังปฎิเสธมาเจรจาไกล่เกลี่ยอีกได้เปิดเผยว่า ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจโทรมาว่าทราบตัวคุณขับรถกระบะแล้ว และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปเชิญตัวคนขับรถกระบะมาที่สถานีตำรวจภูธรคอหงส์แล้วแต่คู่กรณีปฏิเสธไม่ยอมมา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่าสาเหตุที่คู่กรณีไม่มานั้น ได้อ้างว่า ที่เกิดเหตุวันนั้นไม่ใช่ตัวเค้าเป็นคนก่อเหตุ เป็นหลานชายของเค้าก่อเหตุ‘ อะไรประมาณนี้ครับที่เค้าอ้างไม่มา ซึ่งหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะออกหมายเรียก ตนเองยืนยัน 100% ว่าเป็นบุคคลเดียวกันที่ไปชี้ยืนยันในรูปว่าเป็นคนนี้
หลังจากที่ตนเองมารู้ว่าคนที่ก่อเหตุนั้นเป็นทนายความตนรู้สึกบอกไม่ถูกเลยพอรู้ว่าเป็นทนาย ซึ่งเป็นถึงทนายความวุฒิภาวะน่าจะเยอะกว่านี้ ไม่น่าใจร้อนมาก่อเหตุแบบนี้ เพราะเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้ มันอันตรายต่อสังคมจริงๆ หลังจากสมมุติถ้าหากเค้ามาสถานีตำรวจเพื่อมาเจรจาไกล่เกลี่ยกับตน คำถามแรกที่ตน อยากจะถามว่า ณ ตอนนั้นพี่กำลังคิดอะไรอยู่ ทำไมถึงใจร้อนขนาดนั้น ทั้งๆที่วันนั้นไม่เคยใช้คำพูดหยาบคายกันนะพี่ เข้ามาเถอะเข้ามามอบตัวดีกว่ามันจะได้ไม่เป็นเรื่องใหญ่ไปมากกว่านี้ อยากจะฝากไว้ว่าอย่าไปทำอย่างนี้กับใครอีกขอให้ใจเย็นๆลงนิดนึงนะครับ


พี่เสือ นักข่าว สงขลา