ปลูกป่าตามโครงการรัฐกว่า 30 ปี แต่ยังขายไม้ไม่ได้! “เรืองเดช” วอนรัฐบาล–กรมป่าไม้ เร่งปลดล็อกมาตรา 11 ช่วยเกษตรกรมีทางทำกิน
กำแพงเพชร
ปลูกป่าตามโครงการรัฐกว่า 30 ปี แต่ยังขายไม้ไม่ได้! “เรืองเดช” วอนรัฐบาล–กรมป่าไม้ เร่งปลดล็อกมาตรา 11 ช่วยเกษตรกรมีทางทำกิน
ชูเอกสาร ส.ก.3 เป็นหลักฐานยืนยันการปลูกไม้เศรษฐกิจ เสนอทบทวนระเบียบให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์โครงการ ลดขั้นตอนขออนุญาต เปิดทางพ่อค้ากล้ารับซื้อ สร้างรายได้ให้ราษฎรอย่างเป็นธรรม

นายเรืองเดช ร่วมชัยภูมิ ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกป่าในพื้นที่อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร ออกมาสะท้อนความเดือดร้อนของประชาชนที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการปลูกป่าเศรษฐกิจของกรมป่าไม้ตั้งแต่ปี 2537 แต่จนถึงปัจจุบันเกษตรกรจำนวนหนึ่งยังประสบปัญหาในการตัดไม้และจำหน่ายผลผลิตจากสวนป่าของตนเอง โดยเรียกร้องให้รัฐบาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมป่าไม้ ตลอดจนผู้แทนราษฎรที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม หลังกลุ่มเกษตรกรพยายามนำเสนอเรื่องผ่านหน่วยงานต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 30 ปี แต่ยังไม่สามารถคลี่คลายปัญหาได้ตามความคาดหวัง
นายเรืองเดช เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนเองและตัวแทนชาวบ้านได้เข้าพบนายนพพล พลอำนวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกำแพงเพชร เขต 3 เพื่อสะท้อนความเดือดร้อนของเกษตรกรในพื้นที่อำเภอคลองลานและพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมขอให้ช่วยผลักดันเรื่องไปยังหน่วยงานระดับนโยบาย เนื่องจากประชาชนที่เข้าร่วมโครงการปลูกป่าตามแนวทางของภาครัฐต่างลงทุนลงแรงดูแลต้นไม้มาเป็นเวลาหลายสิบปี โดยมีความหวังว่าจะสามารถนำไม้ที่ปลูกไว้มาใช้ประโยชน์และสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวได้ในวันที่ต้นไม้เติบโตเต็มที่ แต่เมื่อถึงเวลาจะตัดไม้และจำหน่ายกลับต้องเผชิญกับขั้นตอนการขออนุญาตที่ยุ่งยาก ใช้เวลานาน และสร้างความไม่แน่นอนให้แก่ทั้งเจ้าของสวนป่าและผู้ประกอบการรับซื้อไม้ ประเด็นสำคัญที่กลุ่มเกษตรกรต้องการให้ภาครัฐเร่งพิจารณา คือการทบทวนหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการทำไม้ตามมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 โดยเฉพาะกรณีเกษตรกรที่มีเอกสารแบบ ส.ก.3 หรือเอกสารทะเบียนที่เกี่ยวข้องกับโครงการส่งเสริมการปลูกป่าเศรษฐกิจของกรมป่าไม้ ซึ่งกลุ่มเกษตรกรเห็นว่าเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงการเข้าร่วมโครงการของรัฐ และควรได้รับการพิจารณาให้สามารถใช้ประโยชน์จากไม้ที่ปลูกได้สะดวกขึ้น ภายใต้หลักเกณฑ์ที่ถูกต้องและตรวจสอบได้ ทั้งนี้ ข้อเสนอของกลุ่มคือให้กรมป่าไม้พิจารณาปรับปรุงระเบียบหรือแนวทางปฏิบัติให้เหมาะสมกับข้อเท็จจริงของผู้ปลูกป่า และศึกษาความเป็นไปได้ในการลดหรือยกเว้นขั้นตอนการขออนุญาตตามมาตรา 11 สำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติและหลักฐานครบถ้วน โดยต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎหมายที่ใช้บังคับ
ในมุมมองของเกษตรกร ปัญหานี้ไม่ได้อยู่ที่การไม่ต้องการปฏิบัติตามกฎหมาย แต่อยู่ที่ขั้นตอนและเงื่อนไขซึ่งทำให้การนำไม้ที่ปลูกเองออกมาจำหน่ายเป็นเรื่องยากกว่าที่ควรจะเป็น ทั้งที่ประชาชนเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการปลูกป่าของหน่วยงานรัฐมาตั้งแต่ต้น การมีเอกสาร ส.ก.3 จึงควรได้รับการนำมาพิจารณาอย่างจริงจัง เพื่อประกอบการตรวจสอบที่มาของต้นไม้และสถานะของสวนป่า ลดภาระการพิสูจน์ข้อมูลที่ประชาชนเคยยื่นต่อราชการไว้แล้ว และช่วยให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรมมากขึ้น สำหรับขั้นตอนการขออนุญาตตามมาตรา 11 ตามข้อมูลที่กลุ่มเกษตรกรสะท้อนนั้น เจ้าของสวนป่าต้องรวบรวมเอกสารและยื่นเรื่องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากนั้นต้องรอเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่ ตรวจนับและวัดขนาดต้นไม้ จัดทำบัญชีไม้ พร้อมดำเนินการตามขั้นตอนทางราชการ ก่อนส่งเรื่องเพื่อพิจารณาอนุมัติ เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงยังมีขั้นตอนเกี่ยวกับการตัดไม้ การตรวจวัดขนาดและปริมาตรไม้ ตลอดจนการคำนวณค่าภาคหลวงหรือค่าใช้จ่ายอื่นตามที่กฎหมายกำหนดในกรณีที่เกี่ยวข้อง ขั้นตอนแต่ละช่วงต้องใช้เวลาและการประสานงานหลายฝ่าย ทำให้เกษตรกรต้องติดตามเรื่องอย่างต่อเนื่อง และไม่สามารถกำหนดเวลาที่แน่นอนในการนำไม้ไปขายได้
นายเรืองเดช ยกตัวอย่างรายละเอียดตามเอกสารชี้แจงของกลุ่มเกษตรกรว่า หลังจากเจ้าของสวนป่ายื่นเรื่อง หน่วยงานอาจต้องใช้เวลาประมาณ 1–3 เดือนในการดำเนินการบางช่วง ขึ้นอยู่กับการตรวจสอบและขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว เจ้าของสวนป่ายังต้องประสานการตรวจวัดและดำเนินการตามเงื่อนไขต่าง ๆ ต่อไปอีก ทำให้กระบวนการทั้งหมดมีความซับซ้อนและอาจยืดเยื้อกว่าที่ประชาชนคาดหวัง ทั้งนี้ ระยะเวลาที่แท้จริงย่อมขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณีและระเบียบที่ใช้บังคับ ผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเจ้าของสวนป่าเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อพ่อค้าคนกลาง โรงเลื่อย และผู้ประกอบการรับซื้อไม้ด้วย เพราะการซื้อขายไม้ต้องอาศัยความชัดเจนด้านเอกสาร ที่มาของไม้ และความถูกต้องตามกฎหมาย หากกระบวนการอนุญาตใช้เวลานานหรือไม่สามารถกำหนดกรอบเวลาได้แน่นอน ผู้ประกอบการย่อมมีความเสี่ยงด้านต้นทุน การขนส่ง การจัดหาแรงงานตัดไม้ และการวางแผนรับซื้อไม้ไปแปรรูป จึงอาจเลือกไม่เข้ามารับซื้อ หรือเสนอราคาที่ต่ำลงเพื่อชดเชยความเสี่ยงที่ต้องแบกรับ สุดท้ายเกษตรกรซึ่งเป็นผู้ลงทุนปลูกและดูแลต้นไม้มานานหลายสิบปีกลับไม่สามารถเปลี่ยนผลผลิตให้เป็นรายได้ได้อย่างเต็มที่
นายเรืองเดชอธิบายเพิ่มเติมว่า หากมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้เจ้าของสวนป่าที่มีเอกสาร ส.ก.3 และหลักฐานประกอบครบถ้วน สามารถเข้าสู่กระบวนการจำหน่ายไม้ได้สะดวกขึ้นตามกฎหมาย จะช่วยให้ผู้ซื้อสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของไม้ได้อย่างชัดเจน เกิดความมั่นใจในการทำธุรกิจ และเพิ่มโอกาสให้เกิดการแข่งขันด้านราคาอย่างเป็นธรรม เกษตรกรมีทางเลือกในการจำหน่ายผลผลิตมากขึ้น ขณะเดียวกันภาครัฐก็ยังสามารถกำหนดระบบตรวจสอบย้อนกลับและมาตรการป้องกันการนำไม้จากแหล่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายมาปะปนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม กลุ่มเกษตรกรเห็นว่าการแก้ไขปัญหาควรเริ่มจากการตรวจสอบสถานะทางกฎหมายของที่ดิน ประเภทเอกสาร ส.ก.3 เงื่อนไขของโครงการ และชนิดไม้ที่ปลูกในแต่ละพื้นที่ให้ชัดเจนก่อน เพราะเอกสารดังกล่าวอาจมีผลทางกฎหมายแตกต่างจากเอกสารสิทธิในที่ดินประเภทอื่น การพิจารณาจึงต้องแยกให้ชัดระหว่างสิทธิในการใช้ที่ดินกับหลักเกณฑ์การทำไม้และการจำหน่ายไม้ เพื่อให้การปรับปรุงระเบียบสามารถดำเนินการได้จริง ไม่ขัดต่อกฎหมาย และไม่สร้างปัญหาใหม่แก่ประชาชนในภายหลัง
ในส่วนของมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์การกำหนดสถานะของไม้ที่ปลูกในที่ดินบางประเภท กลุ่มเกษตรกรเสนอให้กรมป่าไม้พิจารณาข้อกฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน เพื่อประเมินว่ากรณีใดสามารถใช้แนวทางที่เอื้อต่อการทำไม้ได้ และกรณีใดจำเป็นต้องดำเนินการตามมาตรา 11 ต่อไป โดยไม่ควรให้ประชาชนที่มีหลักฐานจากโครงการส่งเสริมของรัฐต้องเผชิญกับภาระทางเอกสารเกินความจำเป็น หากสามารถใช้ข้อมูลที่ราชการมีอยู่แล้วมาประกอบการตรวจสอบได้
นายเรืองเดช กล่าวด้วยว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เกษตรกรหลายครอบครัวเฝ้ารอวันที่จะได้รับประโยชน์จากต้นไม้ที่ปลูกไว้ บางรายอายุมากขึ้น บางรายเสียชีวิตไปแล้ว แต่ปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างที่ควรจะเป็น ที่ดินและต้นไม้ซึ่งควรเป็นทรัพย์สินสร้างรายได้กลับไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดูแลสวนป่าและภาระการดำรงชีวิตยังคงดำเนินต่อไป ความหวังที่เคยเกิดขึ้นเมื่อเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการปลูกป่าของภาครัฐจึงค่อย ๆ กลายเป็นความกังวลของครอบครัวเกษตรกรจำนวนหนึ่ง “พวกเราไม่ได้ต้องการหลีกเลี่ยงกฎหมาย แต่ต้องการให้ภาครัฐพิจารณาข้อเท็จจริงของคนที่ปลูกป่าตามโครงการของรัฐมาตั้งแต่ปี 2537 ต้นไม้เหล่านี้เกิดจากแรงงาน เงินลงทุน และการดูแลของประชาชน หากมีเอกสารยืนยันที่มาอย่างถูกต้อง ก็ควรมีแนวทางที่ทำให้สามารถนำผลผลิตไปสร้างรายได้ได้โดยไม่ต้องติดอยู่กับขั้นตอนที่ยืดเยื้อ พวกเรารอคอยการแก้ไขมานานกว่า 30 ปีแล้ว จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยรับฟังและผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมเสียที” นายเรืองเดชกล่าว
ท้ายที่สุด กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกป่าในพื้นที่อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร ขอส่งเสียงไปยังรัฐบาล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ อธิบดีกรมป่าไม้ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เร่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบปัญหา รับฟังข้อมูลจากผู้ได้รับผลกระทบ และทบทวนระเบียบการทำไม้ตามมาตรา 11 ควบคู่กับการพิจารณาสถานะของเอกสาร ส.ก.3 และการใช้ประโยชน์จากมาตรา 7 อย่างรอบคอบ พร้อมกำหนดแนวทางดำเนินงานและกรอบเวลาที่ชัดเจน เพื่อให้เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์จากผลผลิตที่ปลูกไว้ได้ตามกฎหมาย ลดอุปสรรคในการซื้อขาย เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงไม้จากสวนป่าอย่างถูกต้อง และทำให้โครงการส่งเสริมการปลูกป่าของภาครัฐบรรลุเป้าหมายในการสร้างรายได้และความมั่นคงให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริง

สุเทพ อินทจันทร์ กำแพงเพชร

