จับกุมพาดหัวข่าว

ตม.หนองคายรวบสาวลาววัย 28 ปี คาด่าน! หมายจับศาลระยองพัวพันบัญชีม้า–ฉ้อโกงออนไลน์ เจ้าตัวปฏิเสธ อ้างถูกนำเอกสารไปใช้ผิดกฎหมาย

ตม.หนองคายรวบสาวลาววัย 28 ปี คาด่าน! หมายจับศาลระยองพัวพันบัญชีม้า–ฉ้อโกงออนไลน์ เจ้าตัวปฏิเสธ อ้างถูกนำเอกสารไปใช้ผิดกฎหมาย

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองหนองคายรวบสาวลาววัย 28 ปี คาด่านตรวจคนเข้าเมือง หลังตรวจพบเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดระยอง ในคดีสนับสนุนการฉ้อโกงประชาชนและความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เจ้าตัวอ้างไม่รู้เห็นการกระทำผิด ระบุเคยใช้หนังสือเดินทางเปิดเบอร์โทรศัพท์มือถือขณะทำงานในประเทศไทย ก่อนเดินทางไปทำงานที่เกาหลีใต้ ยืนยันไม่ทราบว่ามีผู้นำเอกสารส่วนตัวไปใช้ก่อเหตุ เตรียมเดินทางเข้าประเทศไทยเพื่อร่วมงานศพญาติที่จังหวัดนครราชสีมา แต่ถูกจับกุมเสียก่อน

 

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 เวลา 14.00 น. พ.ต.ท.ธียาฌพัตท์ รังสิพราหมณกุล รองผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 จับกุม นางบุนมี อายุ 28 ปี สัญชาติลาว ชาวเมืองโพนโฮง แขวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดระยอง ในคดีที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายบัญชีม้าและการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบคอมพิวเตอร์

การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่กำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยมี พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิยะอนันต์ โตสกุลวงศ์ พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ และ พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ร่วมกำกับดูแลในระดับกองบัญชาการ

ขณะที่ พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 ได้กำกับดูแลและสั่งการให้เร่งรัดติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย โดย พ.ต.ท.ธียาฌพัตท์ พร้อมชุดสืบสวน ตม.จว.หนองคาย ดำเนินการสืบสวนหาข่าว ก่อนตรวจพบและจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าว

สำหรับหมายจับในคดีนี้ ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สนับสนุนการร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น รวมถึงสนับสนุนการนำข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน นอกจากนี้ ยังมีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝากหรือหมายเลขโทรศัพท์ เพื่อนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

โดยมีพนักงานสอบสวน สภ.ปากน้ำประแสร์ จังหวัดระยอง เป็นผู้รับผิดชอบคดี

พ.ต.ท.ธียาฌพัตท์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า จากการสอบถามเบื้องต้น นางบุนมีให้การว่า เมื่อปี 2566 เคยเดินทางเข้ามาทำงานในจังหวัดชลบุรี และใช้หนังสือเดินทางของตนเองเปิดใช้บริการโทรศัพท์มือถือ ก่อนเดินทางไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้เมื่อเดือนเมษายน 2567 และเดินทางกลับ สปป.ลาว เมื่อเดือนกันยายน 2569

ต่อมาในวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ผู้ต้องหาได้เดินทางเข้าประเทศไทย โดยมีจุดประสงค์เพื่อไปร่วมงานศพของญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือในจังหวัดนครราชสีมา แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจับกุม หลังตรวจพบว่ามีหมายจับติดตัว

ผู้ต้องหาอ้างว่า ไม่ทราบว่ามีบุคคลใดนำเอกสารส่วนตัวของตนไปใช้ในการกระทำความผิด และไม่เคยทราบมาก่อนว่าตนเองมีหมายจับ อย่างไรก็ตาม คำให้การดังกล่าวยังต้องได้รับการตรวจสอบกับพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงในสำนวนคดี

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนางบุนมีส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากน้ำประแสร์ จังหวัดระยอง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ผู้ถูกจับกุมยังเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ และยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดของศาล