จับกุมพาดหัวข่าว

ภ.จว.ชุมพร สนธิกำลัง ตม.ชุมพร จับต่างด้าวสวมบัตรประชาชนไทย เปิดบริษัทนอมินี-ฮุบที่ดินกว่า 57 ล้าน

ภ.จว.ชุมพร สนธิกำลัง ตม.ชุมพร จับต่างด้าวสวมบัตรประชาชนไทย เปิดบริษัทนอมินี-ฮุบที่ดินกว่า 57 ล้าน

ชุมพร – เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชุมพร ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร และ สภ.หลังสวน นำหมายจับศาลจังหวัดหลังสวน บุกจับกุมหญิงต่างด้าวสวมตัวทำบัตรประชาชนไทย 9 ครั้ง พบจดทะเบียนบริษัทนอมินีถือครองที่ดิน 7 แปลง มูลค่ากว่า 57 ล้านบาท รวมถึงกิจการล้งทุเรียน เร่งส่งตัวดำเนินคดี 6 ข้อหาหนัก

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 29 ต.ค. 2569 พ.ต.อ.เด่นดวง ทองศรีสุข รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปริญญา ตัณฑสุวรรณ ผกก.กก.สส.ภ.จว.ชุมพร,พ.ต.ท.ธีรนันท์ ชุมวรฐายี รอง ผกก.สภ.หลังสวน สนธิกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชุมพร (ตม.จว.ชุมพร) นำโดย พ.ต.ท.สันติ มณีรัตน์ สว.ตม.จว.ชุมพร, ร.ต.อ.สานุพงษ์ บัวศรี, ร.ต.ต.สัณชัย ซื่อตรง รอง สว.(สส.)ตม.จว.ชุมพร และ ด.ต.ยุทธพงษ์ อบเชย ผบ.หมู่ ตม.จว.ชุมพร นำหมายจับศาลจังหวัดหลังสวน ที่ จ.154/2569 ลงวันที่ 28 ตุลาคม 2569 เข้าทำการบุกจับกุม น.ส.สุพร อายุ 41 ปี บริเวณบ้านที่หมู่ที่ 4 ต.วังตะกอ อ.หลังสวน จ.ชุมพร

การเข้าตรวจสอบและจับกุมในครั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับการประสานจากอำเภอหลังสวน ตามคำสั่งนายทะเบียนที่ 5/2569 ลงวันที่ 1 ก.ค. 2569 เรื่องการจำหน่ายรายการทะเบียนราษฎรของ น.ส.สุพร เนื่องจากตรวจสอบพบว่าเป็นการแจ้งเกิดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย โดยมีพฤติการณ์นำชื่อเข้าทะเบียนบ้านครั้งแรกที่ อ.ไทยเจริญ จ.ยโสธร และมีการย้ายทะเบียนบ้านพร้อมทำบัตรประชาชนซ้ำซ้อนรวมกันถึง 9 ครั้ง ซึ่งครั้งสุดท้ายได้กระทำขึ้นที่ อ.หลังสวน จ.ชุมพร

ต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.ชุมพร ได้ขยายผลการสืบสวนร่วมกับ ภ.จว.ชุมพร จนพบข้อมูลเพิ่มเติมว่า น.ส.สุพร ได้นำสิทธิจากการสวมบัตรประชาชนไทยดังกล่าว ไปจดทะเบียนจัดตั้ง บริษัท ไทยซินกอนอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เพื่อใช้เป็นนอมินีในการถือครองอสังหาริมทรัพย์ โดยมีที่ดินในครอบครองรวมทั้งสิ้น 7 แปลง มูลค่ารวมกว่า 57 ล้านบาท และในจำนวนนี้มีที่ดิน 1 แปลงถูกนำไปทำเป็นโรงคัดบรรจุทุเรียน (ล้งทุเรียน) เพื่อปล่อยให้ผู้อื่นเช่าประกอบกิจการ

ดังนั้น เมื่อรายการทะเบียนราษฎรถูกเพิกถอนและจำหน่ายออก น.ส.สุพร จึงตกเป็นบุคคลต่างด้าวที่เข้ามาและอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งยังมีความผิดเกี่ยวกับการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จและการถือครองที่ดินโดยผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับ และนำกำลังเข้าจับกุมพร้อมแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิให้ผู้ต้องหาทราบรวม 6 ข้อหา ได้แก่:

1. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหายฯ (จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท)

2. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267 แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการฯ (จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท)

3. พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2535 มาตรา 50(1) กระทำการใดๆ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นมีชื่อในทะเบียนบ้านโดยมิชอบ

4. พ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 มาตรา 14(1) ยื่นคำขอมีบัตรโดยมิได้มีสัญชาติไทย (จำคุกตั้งแต่ 1–5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000–100,000 บาท)

5. ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 113 คนต่างด้าวถือครองที่ดินโดยไม่ได้รับอนุญาต (จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท)

6. พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 81 เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต (จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท)

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมพยานหลักฐาน นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หลังสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

///เอกชนะ นวนละมัย จ.ชุมพร รายงาน098-9515199