ข่าวทั่วไปพาดหัวข่าว

จ.จันทบุรี จัดกิจกรรมพายเรือคายัคศึกษาระบบนิเวศป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน แหล่งเรียนรู้ธรรมชาติและนวัตกรรมชุมชน ฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวเพิ่มเกือบเท่าตัว พร้อมต่อยอดผลิตภัณฑ์สู่ตลาดสากล

จ.จันทบุรี จัดกิจกรรมพายเรือคายัคศึกษาระบบนิเวศป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน แหล่งเรียนรู้ธรรมชาติและนวัตกรรมชุมชน ฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวเพิ่มเกือบเท่าตัว พร้อมต่อยอดผลิตภัณฑ์สู่ตลาดสากล
วันนี้ (4 พ.ย. 69) ที่ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน ต.คลองขุด อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี นางคณิตา ราษฎร์นุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมพายเรือคายัค ซึ่งจัดโดยศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลน สร้างความเข้าใจถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ และปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ภายในกิจกรรม ผู้เข้าร่วมได้รับฟังการบรรยายเกี่ยวกับแนวทางการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าชายเลน พร้อมเยี่ยมชมฟาร์มสาธิตการเลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อดิน ทั้งปู ปลา และกุ้งทะเล รวมถึงการเพาะเลี้ยงสาหร่ายทะเล ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติควบคู่กับการพัฒนาอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่นอกจากการเรียนรู้ด้านระบบนิเวศแล้ว คณะผู้เข้าร่วมยังได้เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและสินค้าแปรรูปจากกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับการส่งเสริมและต่อยอดองค์ความรู้จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ โดยนำทรัพยากรธรรมชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาผ่านกระบวนการศึกษา วิจัย และพัฒนาให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มและมีความหลากหลายมากขึ้น ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ ได้แก่ ขนมไทยผสมสาหร่ายทะเล ฝักประสักดอกแดงเชื่อม ยาหม่องจากผักบุ่งทะเล และเซรั่มบำรุงผิวหน้าจากสารสกัดสาหร่ายพวงองุ่น ขณะที่อีกหนึ่งนวัตกรรมที่ได้รับความสนใจคือหลอดรักษ์โลก ซึ่งผลิตจากการนำเกล็ดปลานวลจันทร์มาผสมกับสาหร่ายผักกาดทะเลและฟางข้าว ผ่านกระบวนการสกัดเป็นวัสดุชีวภาพหรือไบโอพลาสติก ก่อนนำมาขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์ โดยมีเป้าหมายเตรียมขยายตลาดสู่กลุ่มประเทศสหภาพยุโรป การพัฒนาผลิตภัณฑ์เหล่านี้สอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจ BCG Model ที่ให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรชีวภาพอย่างคุ้มค่า การหมุนเวียนนำวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์ และการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเปลี่ยนทรัพยากรในท้องถิ่นให้เป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม สร้างโอกาสทางการตลาด และยกระดับรายได้ให้แก่เกษตรกรและชุมชน ความสำเร็จดังกล่าวมีรากฐานมาจากการดำเนินงานของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ ในการฟื้นฟูและอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าชายเลนตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยในปี พ.ศ. 2530 พื้นที่ป่าชายเลนมีสภาพเสื่อมโทรมและเหลืออยู่ประมาณ 610 ไร่ ก่อนจะได้รับการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง จนในปี พ.ศ. 2567 มีพื้นที่ป่าชายเลนเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1,100 ไร่ จากพื้นที่ป่าชายเลนที่เคยเสื่อมโทรม ปัจจุบันอ่าวคุ้งกระเบนได้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่สำคัญของจังหวัดจันทบุรี โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ พร้อมส่งเสริมให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลรักษาทรัพยากรและใช้ประโยชน์จากธรรมชาติอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการพัฒนาอาชีพและสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว ทั้งนี้ จังหวัดจันทบุรีขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสความงดงามของระบบนิเวศป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน พร้อมเรียนรู้ความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติผ่านกิจกรรมพายเรือคายัคสำรวจป่าชายเลน ณ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน ต.คลองขุด อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการพายเรือคือระหว่างวันที่ 15 ตุลาคม ถึง 15 มีนาคมของทุกปี เนื่องจากเป็นช่วงที่ระดับน้ำขึ้นในเวลากลางวัน เอื้อต่อการพายเรือชมธรรมชาติและศึกษาระบบนิเวศได้อย่างสะดวก

จรัล บรรยงคเสนา ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
พสิษฐ์ เขม้นเขตวิทย์ รายงาน ศูนย์รวมข่าวภาคตะวันออก