จับกุมพาดหัวข่าว

ตม.รวบหนุ่มอิเหนา ตัวการใหญ่ไฮบริดสแกมเมอร์ข้ามทวีป คารีสอร์ทหรูภูเก็ต

ตม.รวบหนุ่มอิเหนา ตัวการใหญ่ไฮบริดสแกมเมอร์ข้ามทวีป คารีสอร์ทหรูภูเก็ต

 

เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สังกัด กก.สส.บก.ตม.3 ร่วมกับ ตม.จว.ภูเก็ต เข้าควบคุมตัวชายสัญชาติอินโดนีเซีย ผู้ต้องหาคดีไฮบริดสแกม ฉ้อโกงโดยการหลอกลงทุนคริปโตเคอร์เรนซีรายใหญ่ ตามหมายจับของสหรัฐอเมริกา และหมายแดงของอินเตอร์โพล หลังตรวจพบหลบหนีซ่อนตัวในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต

 

ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและคนร้ายเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดยเฉพาะคนร้ายข้ามชาติที่กระทำความผิดที่ส่งผลเสียต่อสังคมเป็นวงกว้างและเข้ามากบดานซ่อนตัวในประเทศไทย

 

“บิ๊กปู” พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. ในฐานะแม่ทัพของหน่วยงานหลัก ที่มีหน้าที่โดยตรงในการปราบปรามจับกุมอาชญากรข้ามชาติ ทุกสัญชาติ ขานรับนโยบายโดยสั่งการให้ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 พร้อมด้วย พ.ต.อ.เดโช โสสุวรรณากุล, พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3 สนธิกำลัง ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง นำโดยพ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส. บก.ตม.3 และ พ.ต.อ.เขมชาติ วัฒนนภาเกษม ผกก.ตม.จว.ภูเก็ต หลังมีข้อมูลเบาะแสเกี่ยวกับการปรากฏตัว ของ Mr.William (นามสมมติ) บุคคลต่างด้าวสัญชาติอินโดนีเซียซึ่งเป็นที่ต้องการตัวของFBI และตำรวจสากล โดยเป็นตัวการใหญ่ในขบวนการไฮบริดสแกมเมอร์ ซึ่งมีฐานที่ตั้งอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดย ผบก.ตม.3 ได้ลงนามในแบบแจ้งการเพิกถอนวีซ่า และสั่งการให้ชุดสืบสวน กก.สส.บก.ตม.3 นำโดย พ.ต.ท.อิธิธร ประเสริฐศักดิ์ รอง ผกก.สส.บก.ตม.3, และ พ.ต.ท.วิศรุต ละเอียดอ่อง รอง ผกก.ตม.จว.ภูเก็ต พร้อมชุดสืบสวนไปติดตามจับกุม

 

จนกระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 14:00น. ของวันที่ 24 เม.ย.2569 ได้ทราบข้อมูลจากการสืบสวนหาข่าว ว่าพบตัวเป้าหมายเข้าพักอาศัยในรีสอร์ทหรูแห่งหนึ่ง ในพื้นที่จ.ภูเก็ต จึงสนธิกำลังบุกเข้าไปแสดงตัว ขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง โดยผลการตรวจสอบทราบชื่อผู้ต้องสงสัยคือ MR.William (นามสมมติ) อายุ 33 ปี สัญชาติอินโดนีเซีย ได้รับการ ยกเว้นการตรวจลงตรา ในฐานะนักท่องเที่ยว เป็นผู้ร้ายข้ามชาติที่ FBI และตำรวจสากลต้องการตัว ในฐานความผิด “ ร่วมกันฉ้อโกงโดยใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์” จึงควบคุมตัวมาตรวจสอบอัตตลัษณ์บุคคลอย่างละเอียด ก่อนดำเนินการแจ้งการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เนื่องจาก บุคคลต่างด้าวรายนี้มีพฤติการณ์เข้าข่ายเป็นบุคคลต้องห้ามตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 12 (7)

 

ทั้งนี้ผู้ต้องหารายนี้ ถูกกล่าวหาว่า ระหว่างปี 2565 – 2569 ได้ร่วมกับขบวนการดำเนินการฉ้อโกงการลงทุนคริปโทเคอร์เรนซี โดยใช้วิธีติดต่อเหยื่อผ่านแอปพลิเคชันหาคู่ โซเชียลมีเดีย และช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ โดยใช้วิธีการ จ้างผู้ร่วมขบวนการหน้าตาดี ทำหน้าที่นางแบบและนายแบบ คอยออกกล้องวิดิโอคอล สร้างความสัมพันธ์ใน ลักษณะ Romance Scam ให้แยบยลน่าเชื่อถือขึ้นกว่าการใช้รูปภาพนิ่ง ก่อนสบโอกาสชักชวนลงทุนในแพลตฟอร์มปลอม พร้อมแสดงผลกำไรเท็จ มีผู้เสียหายจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายเฉพาะในสหรัฐอเมริกากว่า 10 ล้าน USD หรือ 350 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ Hybrid Scam ในลักษณะดังกล่าวกำลังมีผู้ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก เนื่องจากคนร้ายใช้วิธีการหลากหลายวิธีร่วมกันในการหลอกลวง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ สตม. ขอย้ำเตือนไปยังพี่น้องประชาชนอย่าหลงเชื่อ และให้ตรวจสอบข้อมูลให้ถี่ถ้วนก่อนดำเนินการธุรกรรมทางการเงิน ประเทศไทยยืนยัน ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ ในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง และเต็มกำลังความสามารถ โดยเฉพาะคดีฉ้อโกงทางออนไลน์ที่สร้างความเสียหายในวงกว้างแก่ประชาชนทั่วโลก