พลิกฟื้นเสน่ห์ “เมืองเก่านราธิวาส” สู่แลนด์มาร์กท่องเที่ยวระดับสากล UNDP ผนึกกำลัง 5 ชุมชน ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
นราธิวาส/ข่าว-ฮามีดะห์
พลิกฟื้นเสน่ห์ “เมืองเก่านราธิวาส” สู่แลนด์มาร์กท่องเที่ยวระดับสากล UNDP ผนึกกำลัง 5 ชุมชน ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
จังหวัดนราธิวาสเดินหน้ายกระดับคุณค่าประวัติศาสตร์ลุ่มน้ำบางนราสู่เวทีโลก เปิดตัวโครงการจับมือ 5 ชุมชนเมืองเก่า หนุนเศรษฐกิจชุมชน วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน มุ่งเป้ากระจายรายได้สู่กลุ่มเปราะบาง สตรี และเยาวชน ภายใต้การสนับสนุนทุนจากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP)
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 กรกฎาคม 256
9 ณ ร้าน WASEA BY NASIR อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส นายชาคริต สุรณัฐกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธีเปิดตัวโครงการและการลงนามประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือ “โครงการการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในบริบทเมืองเก่านราธิวาส” (Sustainable Tourism Development in the Context of Narathiwat Old Town) ผนึกกำลังครั้งสำคัญนี้เป็นการร่วมมือกันระหว่าง บริษัท รู้รักสามัคคีนราธิวาส (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด โดย นายปกรณ์ ปรีชาวุฒิเดช กรรมการผู้จัดการ นายธนาวิทย์ ไชยานุพงศ์ นายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาส หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และตัวแทนชุมชนเมืองเก่านราธิวาสทั้ง 5 ชุมชน เพื่อร่วมกันอนุรักษ์ ฟื้นฟู และต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ

นายปกรณ์ ปรีชาวุฒิเดช เปิดเผยว่า จังหวัดนราธิวาสได้รับขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่เขตเมืองเก่าที่มีคุณค่าและอัตลักษณ์โดดเด่น การขับเคลื่อนครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก UNDP ภายใต้กรอบโครงการ “การเสริมสร้างความเข้มแข็งเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับพื้นที่ในประเทศไทย ระยะที่ 2 ” โดยจะเน้นการดึงส่วนร่วมของชุมชน ตั้งแต่ผู้สูงอายุไปจนถึงคนรุ่นใหม่ มาร่วมกันรวบรวมเรื่องเล่า (Storytelling) พัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และปั้นมัคคุเทศก์ท้องถิ่น เพื่อสร้าง “เศรษฐกิจวัฒนธรรม” (Cultural Economy) ที่สมดุลทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
ด้าน อาจารย์สมมาตร ดารามั่น ปราชญ์ชาวบ้าน ได้สะท้อนถึงเสน่ห์ลุ่มน้ำบางนราที่หล่อหลอมวิถีชีวิตพหุวัฒนธรรม ไทย พุทธ จีน และมลายู มานับร้อยปี โดย 5 ชุมชนนำร่องในเขตเมืองเก่ามีอัตลักษณ์ที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวให้มาเสพประสบการณ์จริง ประกอบด้วย
1. ชุมชนตลาดเก่า (กะดาบาร์บี้): ย่านการค้าที่เคยรุ่งเรืองในอดีต แหล่งภูมิปัญญาอาหารทะเลแปรรูป เช่น น้ำบูดู และข้าวเกรียบปลา
2. ชุมชนท่าเรือ: แหล่งเรียนรู้วิถีชีวิตริมน้ำ อู่ต่อเรือกอและ และเป็นพื้นที่สร้างสรรค์เพื่อการบำบัดฟื้นฟูสังคม
3. ชุมชนท่าเรือ 2000: สัมผัสบรรยากาศตลาดปลาเย็นๆ วิถีประมงพื้นบ้านที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น
4. ชุมชนตลาดสด (ตลาดมะลิ): ที่ตั้งของ “บ่อแรกของนราธิวาส” ที่ได้รับการอนุรักษ์อย่างดี และแหล่งรวมเมนูอาหารพื้นถิ่นในตำนานอย่าง โยะอีแก่ และข้าวเกรียบบางนราที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ
5. หมู่บ้านชาวประมง: ไฮไลท์วิถีชีวิตธรรมชาติริมชายฝั่งที่สวยงามและสมบูรณ์แบบที่หาดูได้ยากในเมืองใหญ่
สำหรับโครงการดังกล่าวจะถูกขับเคลื่อนผ่าน 3 มิติหลัก ได้แก่ มิติเศรษฐกิจโดยการกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่นโดยตรง สร้างโอกาสทางอาชีพใหม่ให้กลุ่มผู้หญิง เยาวชน และผู้สูงอายุ มิติสังคมและวัฒนธรรมสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นและการแปรรูปอาหาร ผ่าน “กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้”มิติต่างๆ ด้านสิ่งแวดล้อมมุ่งเน้นการลดขยะริมน้ำ ลดการใช้พลาสติก และฟื้นฟูระบบนิเวศริมแม่น้ำบางนรา
นอกจากนี้ โครงการยังมีเป้าหมายในการจัดทำระบบเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น QR Code หรือ YouTube เพื่อปักหมุดเรื่องเล่าของแต่ละมุมเมือง และส่งเสริมให้คนในพื้นที่ทำข้อมูลสุขภาพชุมชน (SDGs Profile) เพื่อสร้างเมืองเก่านราธิวาสให้น่าอยู่และเติบโตอย่างยั่งยืน มุ่งสู่เป้าหมาย SDGs 2030 อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
ทั้งนี้จังหวัดนราธิวาสเป็น 1 ใน 5 จังหวัดเป้าหมายที่ได้รับการสนับสนุนจาก UNDP ในการพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหาที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน (Community-Driven Solutions) เพื่อยกระดับดัชนีการพัฒนาเป้าหมายความยั่งยืน (SDG Localisation) ในพื้นที่ให้ครอบคลุมทุกมิติ


