ข่าวทั่วไปพาดหัวข่าว

มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ผนึกกำลังยักษ์ใหญ่ภาคเอกชน ญี่ปุ่น-ไทย ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “Inter-CWIE” เชื่อมโยงการศึกษาสู่เวทีโลก ยกระดับบัณฑิตพันธุ์ใหม่ สู่ตลาดแรงงานสากล

นราธิวาส/ข่าว-ฮามีดะห์

มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ผนึกกำลังยักษ์ใหญ่ภาคเอกชน ญี่ปุ่น-ไทย ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “Inter-CWIE” เชื่อมโยงการศึกษาสู่เวทีโลก ยกระดับบัณฑิตพันธุ์ใหม่ สู่ตลาดแรงงานสากล

เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 24 เมษายน 2569 ที่ห้องประชุมสภามหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ตำบลโคกเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ด้วยมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ สร้างก้าวสำคัญแห่งวงการอุดมศึกษาไทย จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ครั้งประวัติศาสตร์ ร่วมกับ บริษัท ชิบะซังเงียว เอเซีย จำกัด (ประเทศญี่ปุ่น), บริษัท จัดหางาน ไทนิชิ ยูโก จำกัด และโรงเรียนสอนภาษาคอนว่าพลัส เพื่อบูรณาการความร่วมมืออย่างครอบคลุมทุกมิติ ในการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงานในระดับนานาชาติ (International Cooperative and Work-Integrated Education: Inter-CWIE)

โดยพิธีลงนามครั้งนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการเปลี่ยนผ่านบทบาทของสถาบันอุดมศึกษา จากการเป็นเพียง “ห้องเรียน” ไปสู่การเป็น “สะพานเชื่อมโอกาส” ที่แท้จริง เพื่อมุ่งเป้าผลิตบัณฑิตให้ก้าวสู่ระดับสากล (Global Mobility) อย่างเต็มภาคภูมิ

ทั้งนี้มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ได้เน้นย้ำเจตนารมณ์ในการผลิต “บัณฑิตคุณภาพ” ที่ไม่ใช่เพียงแค่ผู้มีความรู้ทางวิชาการ แต่ต้องเป็นผู้ที่ “พร้อมทำงานได้จริง” (Ready to Work) และเผชิญกับโลกแห่งความเป็นจริงได้อย่างมั่นใจ โดยการผนึกกำลังความร่วมมือแบบพหุภาคี (Public-Private-Community Partnership) ครั้งนี้ คือการผสานพลังระหว่างภาครัฐ เอกชน และอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับกำลังคนให้มีสมรรถนะ (Employability) ทักษะที่ตรงความต้องการของตลาดงาน (Skills) และจิตวิญญาณแห่งการเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) ที่พร้อมเติบโตในเวทีโลก

โดยพลังความร่วมมือ 4 เสาหลักสู่ความสำเร็จความสำเร็จในครั้งนี้ เกิดจากการรวมพลังของผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย
1.มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์: ในฐานะสถาบันผลิตกำลังคน ตั้งแต่ระดับ ปวช., ปวส. ถึงปริญญาตรี ทำหน้าที่เป็นฐานรากในการส่งเสริมวิชาการและมาตรฐานการศึกษา
2.บริษัท ชิบะซังเงียว เอเซีย จำกัด: องค์กรชั้นนำด้านการออกแบบและเขียนแบบ CAD เพื่อส่งออกสู่ประเทศญี่ปุ่น ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโอกาสและส่งถ่ายทอดความเชี่ยวชาญทางอุตสาหกรรม
3.บริษัท จัดหางาน ไทนิชิ ยูโก จำกัด และ โรงเรียนสอนภาษาคอนว่าพลัส: ภายใต้การนำของ รองศาสตราจารย์ ดร.สมชาย ชคตระการ ผู้มีประสบการณ์กว่า 20 ปี ในการสร้างโอกาสให้เยาวชนไทยก้าวสู่สากล
แผนยุทธศาสตร์ความร่วมมือ 3 ปี (Action Plan)

ซึ่งบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ มีระยะเวลาดำเนินงาน 3 ปี โดยกำหนดประเด็นการขับเคลื่อนงานร่วมกันอย่างเข้มข้น ดังนี้
การปรับจูนหลักสูตรพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการและมาตรฐานสากลอย่างแท้จริง
โอกาสในต่างแดนส่งเสริมและจัดหาสถานประกอบการในประเทศญี่ปุ่น เพื่อรองรับนักศึกษาในการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ (Internship) และการทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
การสร้างทักษะภาษาจัดตั้งหลักสูตรอบรมภาษาญี่ปุ่นพื้นฐานอย่างเข้มข้น เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาก่อนเดินทาง
การดูแลสวัสดิภาพมุ่งเน้นการคุ้มครองนักศึกษาตามกฎหมายแรงงาน ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดการฝึกประสบการณ์ เพื่อความปลอดภัยและมั่นคงของนักศึกษา
การพัฒนาบุคลากรแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการและการฝึกอบรมบุคลากร เพื่อยกระดับการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยฯ สู่มาตรฐานสากล
เกียรติยศแห่งความสำเร็จ

โดยในพิธีลงนามได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารระดับสูง ร่วมเป็นสักขีพยานและลงนามบันทึกความเข้าใจ ประกอบด้วย
ฝ่ายมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์:ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปรีชา สะแลแม อธิการบดีมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์
ฝ่ายบริษัท ชิบะซังเงียว เอเซีย จำกัด: นายโทโมโยชิ ชิบะ (กรรมการผู้จัดการ)
ฝ่ายบริษัท จัดหางาน ไทนิชิ ยูโก จำกัด: นางวิไลพร ชคตระการ (ผู้รับใบอนุญาตจัดหางาน)
ฝ่ายโรงเรียนสอนภาษาคอนว่าพลัส: นางสาวฝนดาว ชคตระการ (ผู้รับใบอนุญาต)
นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจากแขกผู้มีเกียรติ อาทิ นายชินจิ คิตาโนะ (ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ชิบะซังเงียว เอเซีย จำกัด), นายเอจิอิโร่ โอกาวะ (ผู้ถือหุ้น บริษัท ชิบะซังเงียว เอเซีย จำกัด) และ รองศาสตราจารย์ ดร.สมชาย ชคตระการ (ที่ปรึกษาอาวุโส บริษัท จัดหางาน ไทนิชิ ยูโก จำกัด) มาร่วมเป็นสักขีพยานแห่งความร่วมมือครั้งนี้

สำหรับวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่พิธีลงนาม แต่คือการเชื่อมอนาคตของนักศึกษามหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ เข้ากับเวทีโลกอย่างเป็นรูปธรรม ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการเปิดประตูแห่งโอกาสให้เยาวชนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสและพื้นที่ใกล้เคียง ได้เข้าถึงการศึกษาและการทำงานที่ก้าวไกล และเป็นการตอกย้ำว่า ศักยภาพที่สร้างขึ้นในวันนี้ จะกลายเป็น “พลังสำคัญของประเทศ” ในอนาคตต่อไปอย่างยั่งยืนต่อไป