จ.จันทบุรี – ปิดช่องโหว่ ‘ทุเรียนอ่อน’ ก่อนผลผลิตระลอกใหญ่พฤษภาคมนี้ พ่อเมืองจันท์เข้มงวดตลอดห่วงโซ่ เล็งคลอด “ใบอนุญาตเก็บเกี่ยว” สกัดด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด
จ.จันทบุรี ปิดช่องโหว่ ‘ทุเรียนอ่อน’ ก่อนผลผลิตระลอกใหญ่พฤษภาคมนี้ พ่อเมืองจันท์เข้มงวดตลอดห่วงโซ่ เล็งคลอด “ใบอนุญาตเก็บเกี่ยว” สกัดด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด
นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ ภาคเอกชน และผู้แทนเกษตรกร เพื่อวางแนวทางบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานผลไม้และมาตรการป้องกันทุเรียนอ่อนออกสู่ตลาด เผยตัวเลขส่งออกโตต่อเนื่อง เตรียมรับผลผลิตระลอกใหญ่ปัจจุบันผลผลิตทุเรียนในจังหวัดจันทบุรีออกสู่ตลาดแล้วประมาณร้อยละ 25 โดยภาพรวมการส่งออกผลไม้ไทยในภาคตะวันออก ซึ่งมีจันทบุรีเป็นศูนย์กลางหลัก ยังคงเติบโตที่ร้อยละ 1.16 คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 300,000 ล้านบาท ทั้งนี้ จังหวัดเตรียมรับมือผลผลิตระลอกใหญ่ที่จะออกสู่ตลาดในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณสูงถึง 318,191 ตัน คุมเข้มมาตรการ “ต้นน้ำ-กลางน้ำ” สกัดทุเรียนตกเกณฑ์

จังหวัดจันทบุรีได้ยกระดับการควบคุมคุณภาพผ่านกลไกตรวจสอบเชิงรุกตลอดกระบวนการระดับเกษตรกร (ต้นน้ำ): ผลักดันมาตรฐาน GAP ในพื้นที่กว่า 266,000 ไร่ และระบบลงทะเบียนนักคัด-นักตัดออนไลน์ (ผ่านการรับรองเกือบ 1,000 ราย) พร้อมตั้งจุดบริการตรวจวัดเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้ง 35 จุดทั่วจังหวัด ซึ่งมีตัวอย่างผ่านการตรวจสอบแล้วกว่า 6,000 รายการ
ระดับโรงคัดบรรจุ (กลางน้ำ): จากการเข้าตรวจสอบล้งทุเรียน 504 แห่ง พบการกระทำความผิดเกี่ยวกับทุเรียนด้อยคุณภาพถึง 186 แห่ง ซึ่งได้ดำเนินการตักเตือนและทำทัณฑ์บนตามระเบียบ หากพบการกระทำผิดซ้ำจะดำเนินการดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นสูงสุด
เตรียมประกาศ “กฎเหล็กจันทบุรี” หาก พ.ร.บ.ทุเรียนไทย ล่าช้า
ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพกฎหมาย โดยมีข้อเสนอสำคัญคือการผลักดัน พ.ร.บ.ทุเรียนไทย เพื่อสร้างบทลงโทษที่ชัดเจนครอบคลุมทั้งห่วงโซ่การผลิต อย่างไรก็ตาม หากกฎหมายดังกล่าวยังไม่เสร็จสิ้น จังหวัดเตรียมพิจารณาออก “ใบอนุญาตเก็บเกี่ยว” โดยความร่วมมือกับเกษตรอำเภอ เพื่อควบคุมวันเก็บเกี่ยวให้ตรงตามมาตรฐานสายพันธุ์ พร้อมเพิ่มความเข้มงวดของชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจในการตั้งจุดตรวจค้นและตรวจสอบล้งเชิงรุก หอการค้าฯ ชูยุทธศาสตร์ 5 ด้าน ปั้น “จันทบุรีมหานครผลไม้”

ด้านหอการค้าจังหวัดจันทบุรี เสนอยุทธศาสตร์เพื่อรับมือวิกฤตค่าขนส่ง แรงงาน และการแข่งขันกับทุนต่างชาติ โดยเน้นการนำเทคโนโลยี Smart Farming มาช่วยเพิ่มความแม่นยำในการคัดกรองคุณภาพ และผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อสร้างความเข้มแข็งในระยะยาวพ่อเมืองจันท์ย้ำ: “เลิกถ้อยทีถ้อยอาศัย ต้องใช้กฎหมายคุมคุณภาพ”
นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี กล่าวเน้นย้ำว่า ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมคือ “ช่วงพีค” ที่ตลาดจีนมีความต้องการสูงที่สุด ความเสี่ยงเดียวที่จะทำลายกลไกเศรษฐกิจนี้คือ “ทุเรียนอ่อน”
“เราต้องรักษาภาพลักษณ์ทุเรียนไทย โดยเปลี่ยนจากการบริหารจัดการแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย เป็นการบังคับใช้มาตรการเชิงนโยบายที่เข้มงวดมากขึ้น เพื่อความยั่งยืนของชาวสวนและรักษามาตรฐานความเชื่อมั่นในตลาดโลก” ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี กล่าว

จรัล บรรยงคเสนา ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
พสิษฐ์ เขม้นเขตวิทย์ รายงาน ศูนย์รวมข่าวภาคตะวันออก

