ชิงทรัพย์พาดหัวข่าว

ปทุมธานี – โจรบุกเดี่ยวควงปืนจี้ชิงทอง 52 บาทหนีลอยนวล

ปทุมธานีโจรบุกเดี่ยวควงปืนจี้ชิงทอง 52 บาทหนีลอยนวล

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 13 กันยายน 2569 ร.ต.ท.ศุภกรณ์ ธัญธนนุกูล รอง สว.(สอบสวน) สภ.สามโคก รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ร้านค้าทอง ที่เกิดเหตุคือร้านทองบางกอกโกลด์ส ตั้งอยู่เลขที่ 49/34 หมู่ 4 ตำบลสามโคก อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.เทพฤทธิ์ ชาวนาวิก ผกก.สภ.สามโคก, ร.ต.ท.ชำนาญ แขวนโพธิ์ รอง สว.(ป.) สภ.สามโคก, กำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่งานป้องกันปราบปราม


ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 2 คูหาอยู่ติดถนนสายปทุมธานี-สามโคก มุ่งหน้าจังหวัดปทุมธานี บริเวณหน้าเคาน์เตอร์พบพนักงานยังอยู่ในอาการตื่นตกใจ จากการซักถามทราบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นชาย 1 คน สวมเสื้อแขนยาวสีดำมีฮู้ด กางเกงคาร์โก้ รูปร่างสูงประมาณ 155 เซนติเมตร ได้ใช้อาวุธปืนสั้นไม่ทราบขนาดข่มขู่พนักงานให้ส่งทองรูปพรรณให้ พนักงานจึงมอบสร้อยคอทองคำประกอบด้วย น้ำหนัก 10 บาท จำนวน 2 เส้น, น้ำหนัก 5 บาท จำนวน 4 เส้น และน้ำหนัก 4 บาท จำนวน 3 เส้น รวมน้ำหนักทั้งสิ้น 52 บาท ก่อนที่คนร้ายจะเดินออกจากร้านไป โดยใช้การเดินเท้ามุ่งหน้าไปทางหมู่บ้านกฤษณาเพื่อเข้าสู่ตัวเมืองปทุมธานี
จากการสอบถาม น.ส.สุพัฒรา กิมาคม อายุ 36 ปี ผู้จัดการร้าน เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุมีพนักงานอยู่หน้าเคาน์เตอร์ 5 คน เนื่องจากกำลังช่วยกันเก็บทองรูปพรรณเตรียมปิดร้านในเวลา 18.30 น. จู่ๆ มีคนร้ายเดินเข้ามาพร้อมชักอาวุธปืนขู่ว่าไม่ต้องตกใจ ให้อยู่นิ่งๆ โดยส่ายกระบอกปืนไปมาตลอดเวลา คนร้ายใช้เวลาลงมือไม่เกิน 3 นาที พูดด้วยสำเนียงภาคกลาง ได้ทองคำไปทั้งหมด 9 รายการ รวมน้ำหนัก 52 บาท มูลค่าความเสียหายกว่า 4 ล้านบาท


ขณะที่พยานบุคคลรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 17.00 น. เศษ ตนพบเห็นชายต้องสงสัยนั่งอยู่ริมฟุตปาธฝั่งตรงข้ามร้านทองเป็นเวลานาน โดยขณะนั้นชายคนดังกล่าวยังไม่ได้ปิดบังใบหน้า มีลักษณะใบหน้ากลม บริเวณโหนกแก้มมีรอยแดงคล้ายโดนความร้อน อายุประมาณ 40-50 ปี และใช้มือกุมวัตถุบางอย่างไว้ที่หน้าท้องตลอดเวลา กระทั่งมาทราบภายหลังว่าเป็นคนร้ายที่มาก่อเหตุชิงทรัพย์
ด้าน พ.ต.อ.เทพฤทธิ์ ชาวนาวิก ผกก.สภ.สามโคก ได้ประสานเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐานเข้าร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมสั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง ทั้งช่วงก่อนและหลังเกิดเหตุ เพื่อเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป