ข่าวทั่วไปพาดหัวข่าว

บุกทลายจุดลอบดูดทองคลองบ้านน้ำวน ทำตลิ่งพังดินสไลด์ บ้านชาวบ้านทรุดหวิดถล่ม เจ้าหน้าที่สนธิกำลังเอาผิดกฎหมายเรือไทย-ป่าไม้

นราธิวาส/ข่าว-ฮามีดะห์

บุกทลายจุดลอบดูดทองคลองบ้านน้ำวน ทำตลิ่งพังดินสไลด์ บ้านชาวบ้านทรุดหวิดถล่ม เจ้าหน้าที่สนธิกำลังเอาผิดกฎหมายเรือไทย-ป่าไม้

ชาวบ้านร้องเรียนกลุ่มทุนท้องถิ่นแอบนำเครื่องจักรลักลอบดูดทองในคลองบ้านน้ำวน ทำตลิ่งพังดินสไลด์จนรากฐานบ้านเรือนทรุดตัวหวิดพังถล่ม ล่าสุดผู้บังคับการกองร้อยทหารพรานที่ 49 สนธิกำลังร่วม 9 หน่วยงาน ทั้งป่าไม้ เจ้าท่า และฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่ตรวจสอบพบความเสียหายเป็นวงกว้าง ด้านผู้กระทำผิดไหวตัวทันขนอุปกรณ์หนี เจ้าหน้าที่ยันไม่ปล่อยผ่าน มอบอำนาจ อบต. ร้องทุกข์กล่าวโทษตาม พ.ร.บ.การเดินเรือฯ และ พ.ร.บ.ป่าไม้ พร้อมเตรียมตั้งกฎหมู่บ้านขั้นเด็ดขาดป้องกันซ้ำรอย

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น. พ.อ. ชาญฤทธิ์ ฮันสราช ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 (ผบ.ฉก.ทพ.49) ได้มอบหมายให้ กองร้อยทหารพรานที่ 4905 นำกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 9 หน่วยงาน อาทิ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 จว.นราธิวาส, สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขานราธิวาส, ศูนย์ดำรงธรรม อ.จะแนะ และฝ่ายปกครองท้องถิ่น เข้าตรวจสอบพื้นที่บริเวณคลองบ้านน้ำวน หมู่ 1 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จว.นราธิวาส หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่าได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการลักลอบดูดทอง

จากการลงพื้นที่พบบ้านของ น.ส.ซูนาฮา ลืองิ บ้านเลขที่ 5 หมู่ 1 ต.ช้างเผือก ซึ่งตั้งอยู่ติดกับลำคลองและสวนผลไม้ของคู่กรณี ตัวบ้านเกิดรอยร้าวและทรุดตัวหลายจุด เนื่องจากดินฐานรากไม่มีการอัดตัว อันเป็นผลมาจากตลิ่งริมคลองถูกดูดทรายและทองจนพังทลายเป็นวงกว้างกว่า 4–5 เมตร และเกิดดินสไลด์อย่างรุนแรง

น.ส.ซูนาฮา เปิดเผยว่า คู่กรณีซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่มีพื้นที่ติดกัน ได้ลักลอบนำเครื่องสูบน้ำ 4 จังหวะ จำนวน 2 เครื่อง เข้ามาแอบดูดทองในคลองตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งตนเคยตักเตือนและนำเอกสารสิทธิ์ที่ดินไปยืนยัน รวมถึงแจ้งกำนันผู้ใหญ่บ้านแล้ว แต่คู่กรณีก็ยังคงลักลอบกลับมาทำอีก จนกระทั่งบ้านเริ่มทรุดพังจึงต้องร้องเรียนต่อหน่วยงานความมั่นคง

ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่สนธิกำลังเข้าตรวจสอบนั้น ไม่พบตัวผู้กระทำความผิด โดยคาดว่าไหวตัวทันและได้ทำการขนย้ายเครื่องดูดทองรวมถึงอุปกรณ์ทั้งหมดออกจากพื้นที่ไปก่อนหน้านี้เพียงวันเดียว (เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569) อย่างไรก็ตาม ทางผู้เสียหายมีหลักฐานเด็ดเป็น ภาพจากกล้องวงจรปิด ที่บันทึกพฤติกรรมและการกระทำความผิดไว้อย่างชัดเจน

แม้ผู้ต้องหาจะหลบหนีไปได้ แต่ทางเจ้าหน้าที่ยืนยันดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขานราธิวาส ได้ประสานมอบอำนาจให้ อบต.ช้างเผือก เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีตาม พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช 2456 มาตรา 120 ในข้อหาขุดลอกหรือเปลี่ยนแปลงร่องน้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีโทษปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 50,000 บาท และสั่งให้หยุดการกระทำทันที นอกจากนี้ยังโดนข้อหาตาม พระราชบัญญัติป่าไม้ พระพุทธศักราช 2484 อีกด้วย
ในส่วนของการเยียวยาและการป้องกันในอนาคต ศูนย์ดำรงธรรม อ.จะแนะ ได้เรียกตัว น.ส.ซูนาฮา (ผู้เสียหาย) และคู่กรณีมาที่ว่าการอำเภอเพื่อทำการตกลงค่าเสียหายและกล่าวโทษตามขั้นตอน

ขณะเดียวกัน ทางกองร้อยทหารพรานที่ 4905 ร่วมกับกำนันและผู้นำชุมชนตำบลช้างเผือก ได้เตรียมนำเคสนี้เข้าที่ประชุมสภาตำบลสันติสุขตำบลช้างเผือก เพื่อถอดบทเรียนและทำ “ข้อตกลงหมู่บ้าน” (กฎหมู่บ้าน) มาใช้บังคับในการป้องปราบ ไม่ให้เกิดการลักลอบทำลายสิ่งแวดล้อมจนส่งผลกระทบต่อทรัพย์สินของเพื่อนบ้านในลักษณะนี้อีกต่อไป